• ต้มยำกุ้ง 2-3D พร้อมซัด จาพนม อิมพอร์ท 2 แอ็คชั่นจากฮอลลีวู้ด


  • A
  • A
  • A
  • เพราะเป็นโปรเจ็คต์ภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ ที่ทุ่มทุนมหาศาลใหญ่ที่สุดประจำปีนี้ของ สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล และเป็นภาพยนตร์เรียลแอ็คชั่นภาคต่อที่คนทั้งโลกรอคอยทำให้งานนี้ผู้อำนวยการสร้าง เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ พร้อมด้วย ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ และ พันนา ฤทธิไกร ผู้ควบคุมฉากแอ็คชั่นทั้งหมดของ “ต้มยำกุ้ง2-3D”  หมายมั่นปั้นมือว่า 2 ตัวละครผู้ร้ายที่จะมาเป็นคู่ต่อกรคนสำคัญของ จา พนม จะต้องมีศักดิ์ศรี และเป็นนักแสดงที่มีดีกรีในส่วนของฝีไม้ลายมือทางการแสดงพร้อมด้วยพื้นฐาน และความสามารถในศิลปะการต่อสู้ที่ไม่น้อยหน้าไปกว่านาธาน โจนส์ และ จอห์นนี่ เหงียน คู่ปรับใน “ต้มยำกุ้งภาคแรก” โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบทที่ถูกวางไว้หนึ่งในนั้นคือ LC. (แอลซี) บอสใหญ่ ที่เปรียบได้กับมันสมองของเหล่าร้าย คือ ผู้ร้ายบิ๊กเบิ้มที่กุมชะตาชีวิต และมีอิทธิพลเหนือกว่าไฟท์เตอร์ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าบรรดานักฆ่าทั้งหมดถึงกับต้องยอมสยบอยู่ในกำมือ และ No.2 สุดยอดไฟท์เตอร์ นักฆ่าล่าสังหารที่มาพร้อมหมายเลข มีฝีไม้ลายมือเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ทุกแขนงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ นอกจากไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครมาก่อน ตัวตนที่แท้จริงต้องมีความสามารถในศิลปะการต่อสู้ที่เก่งฉกาจอย่างแท้จริงชนิดที่ว่าต้องไม่ด้อยไปกว่าจาพนมโดยเด็ดขาด
     
    และเป็นที่มาทำให้ RZA (รีซ่า) หัวหน้ากลุ่ม Wu-Tang Clan แร็ปเปอร์ นักแสดง และผู้กำกับภาพยนตร์แอ็คชั่นTHE MAN WITH THE IRON FITS (เดอะ แมน วิท เดอะ ไอร่อน ฟิตส์) ผู้ที่ชีวิตจริงคลั่งไคล้และศึกษาในศิลปะการต่อสู้ถูกอิมพอร์ทมาเพื่อรับบท LC (แอลซี)
     
    “สำหรับการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตัวละครสำคัญของต้มยำกุ้ง 2-3D คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลยทีเดียว ผมรับบทเป็น แอลซี เป็นพ่อค้าอาวุธเถื่อน เขามีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่เขาหลงใหลที่สุดก็คือมาร์เชียลอาร์ท (ศิลปะการต่อสู้) พูดได้ว่าเขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่คลั่งไคล้ในศิลปะการต่อสู้ และคอยเฟ้นหานักสู้ที่เก่งที่สุดในโลกมาอยู่ในทีม สิ่งที่ดึงดูดใจผมให้เข้ามาร่วมแสดงในเรื่องนี้คือการที่ตัวผมเองเป็นแฟนพันธุ์แท้หนังแอ็คชั่นไทย อย่างเช่น องค์บาก หรือ ต้มยำกุ้ง ซึ่งแน่นอนว่ารวมทั้งการที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับโทนี่ จา แต่สิ่งที่ทำให้ผมสนใจในตัวละคร Lc. (แอลซี) นี้คือปกติผมรับบทเป็นตัวละครฝ่ายดี อย่างเช่นหนังที่ผมเขียนบทและกำกับเองอย่างเรื่อง The Man with the Iron Fists (เดอะ แมน วิท เดอะ ไอร่อน ฟิตส์) ที่ผมคาราวะต่อหนังแอ็คชั่นในสไตล์ชอว์บราเธอร์ส ดังนั้นผมจึงอยากลองรับบทเป็นผู้ร้ายดูบ้าง แต่ถึงแม้จะเป็นผู้ร้าย แต่ตัวละครตัวนี้ก็มีอะไรบางอย่างที่เชื่อมถึงตัวตนที่แท้จริงในสิ่งที่ผมสนใจนั่น คือความหลงใหลในเรื่องศิลปะการต่อสู้นอกจากดีไซน์ของแอ็คชั่นที่ผมนำสไตล์ของตัวเองมาใช้แล้ว ผมยังมีได้นำบุคลิกเท่ห์ๆที่ผมเติบโตขึ้นมาใช้ คือการเป็นพวกฮิปฮอป ซึ่งผสมผสานกับบุคลิกของนักธุรกิจ แต่ท้ายที่สุดเขาก็คือผู้ร้าย และเมื่อเขาขาดสติ คุณก็จะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขาที่ถูกระเบิดออกมา”
     
    และ Marrese crump (มาร์รีส ครัมพ์) นักแสดง ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้สารพัดรูปแบบที่มีอยู่บนโลก มารับบท “No.2 ไฟท์เตอร์ระห่ำเร็วดุสุดอันตราย ” มือสังหารที่พร้อมกระหน่ำอัดไม่ยั้งเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง
     
    “ผมคงต้องบอกว่าผมชอบตัวละครตัวนี้มากๆ ครับ เขาเป็นที่รู้จักในชื่อของ หมายเลข 2 เขาฝึกฝนตัวเองเยอะมากและรักในการต่อสู้ เขาอุทิศตัวเองเพื่อพัฒนาความสามารถในการต่อสู้ เขามีความมุ่งมั่นที่จะท้าทายตัวเองด้วยการค้นหานักสู้ที่เก่งกาจที่สุดในโลกเพื่อทำการต่อสู้ด้วย ผมรู้สึกสนุกมากครับตอนที่เราค่อยๆ สร้างตัวละครขึ้นมาด้วยกัน ทีละขั้นๆ เขามีรูปแบบการต่อสู้ที่พิเศษ ที่คุณจะไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะมันเป็นสไตล์แบบผสมผสาน เขาใช้วิธีการต่อสู้ที่พิเศษทั้ง 52 แฮนด์บล็อคซึ่งเป็นสไตล์ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เขาใช้กาโปเอย์ราแต่มันจะเป็นการเคลื่อนไหวในรูปแบบของการต่อสู้มากกว่า ดังนั้นคุณจะไม่ค่อยได้เห็นการเต้นเท่าไรซึ่งเขาพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากข้อศอกและเทคนิคในการเตะ เขาใช้ทักษะที่หลากหลายมากครับ ซึ่งพยายามจะเอามาผสมผสานกัน มันเป็นอะไรที่สนุกมากครับกับการที่รวมกันเป็นตัวละครตัวนี้ มันมีอะไรหลายอย่างที่น่าทึ่งมากๆ”
     
    และนี่คือ 2 นักแสดงจากฮอลลีวู้ดที่ถูกอิมพอร์ทให้มารับบทคู่ปรับที่อันตรายที่สุดน่ากลัวที่สุดที่จาพนมยากจะรับมือ พบกับความมันส์ในแบบ 3 มิติกับ “ต้มยำกุ้ง2-3D” 23 ตุลาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์

  • ต้มยำกุ้ง จาพนม
  • 20 กันยายน 2556 19:16
  • 2148

  • RELATED   NEWS
    COMMENTS

    โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

    1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
    2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
    3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
    4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกา ที่วางไว้ กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง