• อุทธรณ์ยกฟ้องเอเอสทีวี ผู้จัดการรายวันไม่ผิดหมิ่นอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ



  • A
  • A
  • A
  • ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 8 ต.ค.นี้เวลา 09.30น.ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำอ.4607/2552 ที่นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท เอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัด และนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และเรียกค่าสินไหมทดแทน จำนวน 50 ล้านบาท

    โดยโจทก์ยื่นฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย.52 จำเลย ได้ตีพิมพ์หัวข่าวว่า “เปิดกลโกงขบวนการฮุบป่าเชียงราย ส่วนหัวหน้าเอี้ยงใช้เล่ห์สวมคนตายเป่าคดี” และพิมพ์ใจความข่าวว่า “คดีรุกป่าเชียงรายทั้งกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนป่าแม่สลอง และบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติที่กิ่วทัพยั้ง ที่ทำกันเป็นขบวนการ เคยฮือฮามาก่อนแล้วก็เงียบหายไปเป็นระยะไปตามยุคของผู้มีอำนาจได้กลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยรอบนี้คณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ลงพื้นที่รื้อคดีและพลิกคดีขึ้นมาใหม่มีความคืบหน้าถึงขั้นใกล้จะแจ้งความเอาผิดกับขบวนการที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง

    คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 มี.ค.55 ให้ยกฟ้อง เนื่องจาก เห็นว่า เป็นการเสนอรายงานข่าวเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะ และมีความสำคัญต่อประเทศและเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นการตั้งข้อสงสัยพฤติกรรมของโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยสร้างเรื่องราวขึ้นมาเอง รายงานข่าวดังกล่าวจึงเป็นการแสดงความคิดเห็น ติชม และวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ฯ ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์

    ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า ข้อความดังกล่าว เกี่ยวกับเรื่องที่มีความสำคัญ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจและควรจะได้รับรู้ อีกทั้งการที่จำเลยที่ 1 เสนอข่าวก็เป็นไปตามข้อมูลจากการสอบสวนข้อเท็จจริงของตำรวจ และเป็นข่าวแพร่หลายในขณะนั้น ซึ่งควรจะให้สังคมได้รับทราบ แม้ข้อความบางช่วงบางตอนเป็นการกล่าวเกินเลยไปบ้าง แต่ก็เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้ ตามมาตรา 329 (3) เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นในส่วนคดีแพ่งอีก อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้ยกฟ้อง
     
     


    COMMENTS

    โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

    1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
    2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
    3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
    4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกา ที่วางไว้ กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง