• สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดงานอาคารเขียวระดับพรีเมียร์แห่งเอเชีย

  • สิงคโปร์
  • 30 กรกฎาคม 2558 13:24
  • 2,973


  • A
  • A
  • A

  • งานสัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW)2015 กลับมาอีกครั้ง โดยในปีนี้จะเป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญในวงการ นักธุรกิจ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เพิ่มมากขึ้นเพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายและแบ่งปันแนวคิดเพื่อการสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับอยู่อาศัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น  ปีนี้ผู้จัดงานได้รับเกียรติอย่างสูงสุดจาก ดร. วิเวียน บาลากฤษณัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีกำกับดูแลโครงการสมาร์ทเนชั่น (Smart Nation Initiatives) ประเทศสิงคโปร์มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวคำปราศรัยอย่างเป็นทางการ
    งานสัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW) ครั้งที่ 7 นี้คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 30,000 คนจาก 30 กว่า ประเทศทั่วโลก โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 6 กันยายน 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ สำหรับการแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ จะมีผู้เข้าร่วมแถลงข่าวดังนี้ มร. เจฟเฟอรี เน็ง ผู้อำนวยการศูนย์การดำเนินงานกองอาคารและการก่อสร้างและศูนย์การวิจัยอาคารแบบยั่งยืน กองงานอาคารและการก่อสร้างแห่งสิงคโปร์, มิสลูอิส ฉั่ว ผู้อำนวยการโครงการ BEX Asia & MCE Asia 2015, มร.เซอชิน เค ชีเรอกุเต้ รองประธานบริหารฝ่ายโซลูชั่นธุรกิจ บริษัท โอลิมปิคกระเบื้องไทย จำกัด และ คุณกมล ตันพิพัฒน์ หนึ่งในคณะกรรมการจากสถาบันอาคารเขียวไทย
    ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวระดับนานาชาติ นักวางแผนโยบาย นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม ผู้เช่าอาคารและผู้เกี่ยวข้องทั่วไป รวมถึงสมาชิกองค์กรสาธารณะและนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ คือบางส่วนของผู้ชมที่คาดว่าจะเข้าร่วมงาน โดยทุกคนต่างก็มุ่งเน้นไปที่ความคิดริเริ่มใหม่ ๆ ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดล้ำสมัยเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกันคือ การสร้างโลกสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น  งาน สัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW)2015 จะมอบบทเรียนอันล้ำค่าเกี่ยวกับเทคโนโลยีอาคารเขียวให้แก่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง และในปีนี้จะมีการนำเสนออีเว้นท์ที่จัดขึ้นพร้อมกันตามสถานที่อื่น ๆ อีก 24 แห่ง อาทิ การประชุมเชิงปฏิบัติการทางเทคนิคที่จัดขึ้นล่วงหน้า และสำนักงานอาคารเขียวแบบจำลอง (BCA Green Mark Office Pop-Up Store)โดยจะเป็นการนำแนวคิดมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ดียิ่งขึ้นของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องในสายงานทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงผู้ใช้อาคารและแม้แต่นักเรียน นักศึกษา เป็นต้น
    กองงานอาคารและการก่อสร้างแห่งสิงคโปร์ (BCA) และ รีดเอ็กซิบิชั่นส์ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดอีเว้นท์หลักของสัปดาห์อาคารเขียวแห่งชาติได้แก่การประชุมนานาชาติอาคารเขียว (IGBC) โดยจะมีควบคู่ไปกับงานแสดงนิทรรศการสินค้าการก่อสร้างแนวอีโคแห่งเอเชีย Build Eco Xpo (BEX Asia2015) ซึ่งเป็นเวทีที่ให้ความรู้และสร้างเครือข่ายสำหรับส่งเสริมสภาพแวดล้อมการก่อสร้างแบบยั่งยืนแห่งเอเชีย และงาน MostraConvegnoExpocomfort (MCE) Asia 2015 ซึ่งนับเป็นงานแสดงนิทรรศการทางการค้าเกี่ยวกับระบบหล่อเย็น ระบบน้ำ พลังงานทดแทน และระบบทำความร้อนสำหรับธุรกิจอาคารเขียว (HVAC) ครั้งแรกในเอเชีย
     
    “ปัจจุบัน 27% ของการก่อสร้างในสิงคโปร์ผ่านมาตรฐาน Green Mark ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดและประเมินผลอาคารเขียวสำหรับเขตร้อนและพื้นที่ใกล้เขตร้อนที่ได้มาตรฐานสูงสุด ส่งผลให้สิงคโปร์ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีสัดส่วนจำนวนอาคารเขียวสูงมากที่สุดเมืองหนึ่งงานสัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW) ครั้งที่ 7 นี้ ถือเป็นวาระสำคัญในการฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการก่อตั้งโครงการ Green Mark โดย BCA อีกด้วย และไม่เพียงแต่จะยกสถานะผู้นำทางด้านอาคารเขียวและการพัฒนาแบบยั่งยืนของสิงคโปร์ให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนพลังขับเคลื่อนที่ส่งต่อให้กับประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคนี้ให้เร่งปรับปรุงและพัฒนาแนวคิดและโครงการอาคารเขียวใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว” กล่าวโดย ดร.จอห์น เกือง ซีอีโอของกองงานอาคารและการก่อสร้างแห่งสิงคโปร์(BCA)
    สถานการณ์ทางด้านอาคารเขียวในประเทศไทย
    ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างเด่นชัดในพันธกิจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ประเทศไทยกำลังดำเนินตามแนวทางเพื่อที่จะเป็นหนึ่งในสิบประเทศอันดับแรกในการสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเขียวเพื่อที่จะอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม[1] ณ ปัจจุบันพันธกิจของประเทศไทยคือการผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญสองแห่ง ได้แก่ LEED ซึ่งเป็นใบรับรองที่ออกโดยสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา และ TREES ซึ่งเป็นใบรับรองของประเทศไทยที่ออกโดยสถาบันอาคารเขียวไทย[2]
     
    ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวย่างเข้าสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยก็ต้องการแหล่งพลังงานใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกันทั้งหมด เนื่องจากมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในภาคส่วนนี้[3]และถือเป็นนิมิตรหมายอันดีของการพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ รวมถึงเป็นการเร่งผลักดันให้มีจำนวนอาคารเขียวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมสีเขียวในประเทศไทย
     
    “มองย้อนกลับไปในปี 2014 ซึ่งทุกคนทั่วโลกคงได้ตระหนักถึงสภาพภูมิอากาศที่ร้อนที่สุดในรอบ 135 ปี” กล่าวโดย ลูอิส ฉั่ว ผู้อำนวยการโครงการ BEX Asia & MCE Asia 2015 “การรวมตัวกันของงานนิทรรศการแสดงสินค้า BEX Asia และ MCE Asia เป็นการนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างและเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อโลกสีเขียวและพลังงานทดแทน ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าชมงานและผู้ร่วมแสดงนิทรรศการจากประเทศไทย และการเพิ่มอีกหนึ่งนิทรรศการใหม่ในปีนี้ จะเป็นการเปิดประตูสู่หนทางใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ทางด้านภาวะโลกร้อนที่ประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียงกำลังเผชิญอยู่”
     
    BEX Asia 2015 เวทีธุรกิจสำหรับเทคโนโลยีอาคารเขียวระดับพรีเมียร์แห่งเอเชีย
    ด้วยยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นไปยังการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ งาน BEX Asia กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 8 และยังคงยืนหยัดในฐานะงานแสดงนิทรรศการหลักและเวทีการค้าระดับพรีเมียร์สำหรับอาคารเขียวและอุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงดังกล่าวจะสามารถค้นหาสินค้าล้ำสมัยและนวัตกรรมเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแนวคิดอีโค ระบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบแสงสว่าง อุปกรณ์ต่อเติม และอื่น ๆ อีกมากมาย แบบครบวงจร
    “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างของเราในงาน BEX Asia โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ทางด้านไฟเบอร์-ซีเมนต์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีภายในที่อยู่อาศัย ซึ่ง BEX เป็นงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเขียวที่เปรียบเสมือนสุดยอดเวทีสำหรับเราในการแลกเปลี่ยนแนวคิด นวัตกรรมโซลูชั่นสีเขียวใหม่ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมและส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพซึ่งเรากำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ในภาพรวมภูมิภาคเอเชียมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ดังนั้นจึงมีความต้องการในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน” กล่าวโดย คุณองอร เตชะมหพันธ์   ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โอลิมปิคกระเบื้องไทย จำกัด หนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากประเทศไทยในงาน BEX Asia 2015
     
    MCE Asia 2015 กับการปรากฏตัวครั้งแรกในเอเชีย
    นับเป็นการเปิดตัวงานแสดงนิทรรศการครั้งแรกของ MCE ในเอเชีย ที่จัดขึ้นนอกเมืองมิลาน อิตาลี โดยที่สิงคโปร์นี้จะมุ่งเน้นไปที่ 4 ธีมหลักใหญ่ ๆ คือ ระบบหล่อเย็นระบบน้ำพลังงานทดแทนและระบบทำความร้อน(หรือที่เรียกโดยย่อว่า HVAC) เนื่องจากความต้องการทางด้านอุปกรณ์ HVAC เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย ดังนั้นจึงเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมเป้าหมายยุทธศาสตร์ของ BEX Asia ในด้านการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกทางหนึ่งรายงานทางการเงินของบลูมเบิร์กนิวเอเนอร์ยี คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีมูลค่าการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพิ่มสูงถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
    “นับเป็นการออกงานครั้งแรกสำหรับ MCE Asia 2015 ของบิทเซอร์ รีฟริกเจอเรชั่น เอเชีย “เมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยและมีประชากรหนาแน่นมากขึ้น ดังนั้นจึงมีความต้องการอาคารอัจฉริยะเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่มีความยั่งยืน และนั่นรวมถึงระบบทำความเย็นแบบอีโคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย มร. ร็อบ เดอ บรูอิน, บิทเซอร์ รีฟริกเจอเรชั่น เอเชีย “อาคารเขียวนั้นประกอบด้วยระบบและเทคโนโลยีย่อยมากมาย MCE Asiaคือเวทีในการแบ่งปันความรู้สำหรับระบบทำความเย็น ระบบน้ำ พลังงานทดแทน และระบบทำความร้อน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาเชิงบวกสำหรับวงการเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคาร”
    บริษัทฯ ชั้นนำมากมายต่อแถวกันร่วมออกงานแสดงนิทรรศการในครั้งนี้
    เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์ที่ประกาศตัวจะเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart Nation) งาน BEX Asia 2015 จะเต็มไปด้วยผู้เข้าร่วมแสดงนิทรรศการที่เน้นทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารอัจฉริยะ จากผลการศึกษาของ ไอดีซีมีการคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารอัจฉริยะเติบโตสูงขึ้นในอัตราร้อยละ 22.6% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคคาดว่าจะเป็นผู้นำในเรื่องนี้ ตามมาด้วยอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก
    ผู้เข้าเยี่ยมชมงาน BEX Asia และ MCE Asia จะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับบริษัทนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากมายอาทิ RECและ RubinetterieBresciane
    “นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มจัดงาน MCE ในปี 1960 ที่เราจะได้ออกมาจัดแสดงนอกประเทศอิตาลี เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน BEX Asia ในครั้งนี้” กล่าวโดย มร.เปียรินี มาสสิมิเลียโน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ MCE อิตาลี “การผนึกรวมของทั้งสองงานช่วยให้เกิดเวทีที่เปิดโอกาสให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน เราจะเปลี่ยนผ่านงานนิทรรศการนี้ไปสู่เวที่ที่เปรียบเสมือนแกนกลางในการสร้างเครือข่ายและการแบ่งปันความรู้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
    ความต้องการการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนทั่วโลกคาดว่าจะสูงขึ้นถึง 37% ภายในปี 2035 ดังนั้นสิงคโปร์ในฐานะที่เป็นประเทศที่สามารถเข้าถึงบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะสูงระดับอินเตอร์ทางด้านอิเล็กทรอนิคส์ วิศวกรรมงานกลึงและเคมี รวมทั้งการเชื่อมโยงถึงตลาดในระดับภูมิภาค และเป็นฐานที่ตั้งของซัพพลายเออร์ประเภทต่างๆ จำนวนมาก ทำให้งานนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัททางด้านพลังงานสะอาดระดับภูมิภาคและระดับโลก
    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานสัปดาห์อาคารเขียวสิงคโปร์ งานประชุมวิชาการนานาชาติอาคารเขียวและงานแสดงนิทรรศการBEXAsiaและ MCE Asia 2015 สามารถดูได้ที่ http://www.sgbw.com.sg/,http://www.sgbw.com.sg/about-igbcและhttp://www.bex-asia.com/
    [1]Thailand Is Ambitious about Top 10 Countries in Green Building
    [2]The reality of Thailand's green building sector
    [3]Thailand ignites solar power investment in region
     
    RELATED   NEWS
    LASTEST   NEWS
    COMMENTS

    โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

    1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
    2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
    3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
    4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกา ที่วางไว้ กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง