• สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดงานอาคารเขียวระดับพรีเมียร์แห่งเอเชีย



  • A
  • A
  • A

  • งานสัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW)2015 กลับมาอีกครั้ง โดยในปีนี้จะเป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญในวงการ นักธุรกิจ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เพิ่มมากขึ้นเพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายและแบ่งปันแนวคิดเพื่อการสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับอยู่อาศัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น  ปีนี้ผู้จัดงานได้รับเกียรติอย่างสูงสุดจาก ดร. วิเวียน บาลากฤษณัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีกำกับดูแลโครงการสมาร์ทเนชั่น (Smart Nation Initiatives) ประเทศสิงคโปร์มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวคำปราศรัยอย่างเป็นทางการ
    งานสัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW) ครั้งที่ 7 นี้คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 30,000 คนจาก 30 กว่า ประเทศทั่วโลก โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 6 กันยายน 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ สำหรับการแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ จะมีผู้เข้าร่วมแถลงข่าวดังนี้ มร. เจฟเฟอรี เน็ง ผู้อำนวยการศูนย์การดำเนินงานกองอาคารและการก่อสร้างและศูนย์การวิจัยอาคารแบบยั่งยืน กองงานอาคารและการก่อสร้างแห่งสิงคโปร์, มิสลูอิส ฉั่ว ผู้อำนวยการโครงการ BEX Asia & MCE Asia 2015, มร.เซอชิน เค ชีเรอกุเต้ รองประธานบริหารฝ่ายโซลูชั่นธุรกิจ บริษัท โอลิมปิคกระเบื้องไทย จำกัด และ คุณกมล ตันพิพัฒน์ หนึ่งในคณะกรรมการจากสถาบันอาคารเขียวไทย
    ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวระดับนานาชาติ นักวางแผนโยบาย นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม ผู้เช่าอาคารและผู้เกี่ยวข้องทั่วไป รวมถึงสมาชิกองค์กรสาธารณะและนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ คือบางส่วนของผู้ชมที่คาดว่าจะเข้าร่วมงาน โดยทุกคนต่างก็มุ่งเน้นไปที่ความคิดริเริ่มใหม่ ๆ ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดล้ำสมัยเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกันคือ การสร้างโลกสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น  งาน สัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW)2015 จะมอบบทเรียนอันล้ำค่าเกี่ยวกับเทคโนโลยีอาคารเขียวให้แก่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง และในปีนี้จะมีการนำเสนออีเว้นท์ที่จัดขึ้นพร้อมกันตามสถานที่อื่น ๆ อีก 24 แห่ง อาทิ การประชุมเชิงปฏิบัติการทางเทคนิคที่จัดขึ้นล่วงหน้า และสำนักงานอาคารเขียวแบบจำลอง (BCA Green Mark Office Pop-Up Store)โดยจะเป็นการนำแนวคิดมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ดียิ่งขึ้นของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องในสายงานทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงผู้ใช้อาคารและแม้แต่นักเรียน นักศึกษา เป็นต้น
    กองงานอาคารและการก่อสร้างแห่งสิงคโปร์ (BCA) และ รีดเอ็กซิบิชั่นส์ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดอีเว้นท์หลักของสัปดาห์อาคารเขียวแห่งชาติได้แก่การประชุมนานาชาติอาคารเขียว (IGBC) โดยจะมีควบคู่ไปกับงานแสดงนิทรรศการสินค้าการก่อสร้างแนวอีโคแห่งเอเชีย Build Eco Xpo (BEX Asia2015) ซึ่งเป็นเวทีที่ให้ความรู้และสร้างเครือข่ายสำหรับส่งเสริมสภาพแวดล้อมการก่อสร้างแบบยั่งยืนแห่งเอเชีย และงาน MostraConvegnoExpocomfort (MCE) Asia 2015 ซึ่งนับเป็นงานแสดงนิทรรศการทางการค้าเกี่ยวกับระบบหล่อเย็น ระบบน้ำ พลังงานทดแทน และระบบทำความร้อนสำหรับธุรกิจอาคารเขียว (HVAC) ครั้งแรกในเอเชีย
     
    “ปัจจุบัน 27% ของการก่อสร้างในสิงคโปร์ผ่านมาตรฐาน Green Mark ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดและประเมินผลอาคารเขียวสำหรับเขตร้อนและพื้นที่ใกล้เขตร้อนที่ได้มาตรฐานสูงสุด ส่งผลให้สิงคโปร์ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีสัดส่วนจำนวนอาคารเขียวสูงมากที่สุดเมืองหนึ่งงานสัปดาห์อาคารเขียวแห่งสิงคโปร์ (SGBW) ครั้งที่ 7 นี้ ถือเป็นวาระสำคัญในการฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการก่อตั้งโครงการ Green Mark โดย BCA อีกด้วย และไม่เพียงแต่จะยกสถานะผู้นำทางด้านอาคารเขียวและการพัฒนาแบบยั่งยืนของสิงคโปร์ให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนพลังขับเคลื่อนที่ส่งต่อให้กับประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคนี้ให้เร่งปรับปรุงและพัฒนาแนวคิดและโครงการอาคารเขียวใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว” กล่าวโดย ดร.จอห์น เกือง ซีอีโอของกองงานอาคารและการก่อสร้างแห่งสิงคโปร์(BCA)
    สถานการณ์ทางด้านอาคารเขียวในประเทศไทย
    ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างเด่นชัดในพันธกิจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ประเทศไทยกำลังดำเนินตามแนวทางเพื่อที่จะเป็นหนึ่งในสิบประเทศอันดับแรกในการสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเขียวเพื่อที่จะอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม[1] ณ ปัจจุบันพันธกิจของประเทศไทยคือการผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญสองแห่ง ได้แก่ LEED ซึ่งเป็นใบรับรองที่ออกโดยสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา และ TREES ซึ่งเป็นใบรับรองของประเทศไทยที่ออกโดยสถาบันอาคารเขียวไทย[2]
     
    ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวย่างเข้าสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยก็ต้องการแหล่งพลังงานใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกันทั้งหมด เนื่องจากมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในภาคส่วนนี้[3]และถือเป็นนิมิตรหมายอันดีของการพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ รวมถึงเป็นการเร่งผลักดันให้มีจำนวนอาคารเขียวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมสีเขียวในประเทศไทย
     
    “มองย้อนกลับไปในปี 2014 ซึ่งทุกคนทั่วโลกคงได้ตระหนักถึงสภาพภูมิอากาศที่ร้อนที่สุดในรอบ 135 ปี” กล่าวโดย ลูอิส ฉั่ว ผู้อำนวยการโครงการ BEX Asia & MCE Asia 2015 “การรวมตัวกันของงานนิทรรศการแสดงสินค้า BEX Asia และ MCE Asia เป็นการนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างและเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อโลกสีเขียวและพลังงานทดแทน ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าชมงานและผู้ร่วมแสดงนิทรรศการจากประเทศไทย และการเพิ่มอีกหนึ่งนิทรรศการใหม่ในปีนี้ จะเป็นการเปิดประตูสู่หนทางใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ทางด้านภาวะโลกร้อนที่ประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียงกำลังเผชิญอยู่”
     
    BEX Asia 2015 เวทีธุรกิจสำหรับเทคโนโลยีอาคารเขียวระดับพรีเมียร์แห่งเอเชีย
    ด้วยยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นไปยังการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ งาน BEX Asia กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 8 และยังคงยืนหยัดในฐานะงานแสดงนิทรรศการหลักและเวทีการค้าระดับพรีเมียร์สำหรับอาคารเขียวและอุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงดังกล่าวจะสามารถค้นหาสินค้าล้ำสมัยและนวัตกรรมเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแนวคิดอีโค ระบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบแสงสว่าง อุปกรณ์ต่อเติม และอื่น ๆ อีกมากมาย แบบครบวงจร
    “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างของเราในงาน BEX Asia โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ทางด้านไฟเบอร์-ซีเมนต์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีภายในที่อยู่อาศัย ซึ่ง BEX เป็นงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเขียวที่เปรียบเสมือนสุดยอดเวทีสำหรับเราในการแลกเปลี่ยนแนวคิด นวัตกรรมโซลูชั่นสีเขียวใหม่ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมและส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพซึ่งเรากำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ในภาพรวมภูมิภาคเอเชียมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ดังนั้นจึงมีความต้องการในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน” กล่าวโดย คุณองอร เตชะมหพันธ์   ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โอลิมปิคกระเบื้องไทย จำกัด หนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากประเทศไทยในงาน BEX Asia 2015
     
    MCE Asia 2015 กับการปรากฏตัวครั้งแรกในเอเชีย
    นับเป็นการเปิดตัวงานแสดงนิทรรศการครั้งแรกของ MCE ในเอเชีย ที่จัดขึ้นนอกเมืองมิลาน อิตาลี โดยที่สิงคโปร์นี้จะมุ่งเน้นไปที่ 4 ธีมหลักใหญ่ ๆ คือ ระบบหล่อเย็นระบบน้ำพลังงานทดแทนและระบบทำความร้อน(หรือที่เรียกโดยย่อว่า HVAC) เนื่องจากความต้องการทางด้านอุปกรณ์ HVAC เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย ดังนั้นจึงเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมเป้าหมายยุทธศาสตร์ของ BEX Asia ในด้านการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกทางหนึ่งรายงานทางการเงินของบลูมเบิร์กนิวเอเนอร์ยี คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีมูลค่าการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพิ่มสูงถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
    “นับเป็นการออกงานครั้งแรกสำหรับ MCE Asia 2015 ของบิทเซอร์ รีฟริกเจอเรชั่น เอเชีย “เมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยและมีประชากรหนาแน่นมากขึ้น ดังนั้นจึงมีความต้องการอาคารอัจฉริยะเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่มีความยั่งยืน และนั่นรวมถึงระบบทำความเย็นแบบอีโคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย มร. ร็อบ เดอ บรูอิน, บิทเซอร์ รีฟริกเจอเรชั่น เอเชีย “อาคารเขียวนั้นประกอบด้วยระบบและเทคโนโลยีย่อยมากมาย MCE Asiaคือเวทีในการแบ่งปันความรู้สำหรับระบบทำความเย็น ระบบน้ำ พลังงานทดแทน และระบบทำความร้อน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาเชิงบวกสำหรับวงการเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคาร”
    บริษัทฯ ชั้นนำมากมายต่อแถวกันร่วมออกงานแสดงนิทรรศการในครั้งนี้
    เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์ที่ประกาศตัวจะเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart Nation) งาน BEX Asia 2015 จะเต็มไปด้วยผู้เข้าร่วมแสดงนิทรรศการที่เน้นทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารอัจฉริยะ จากผลการศึกษาของ ไอดีซีมีการคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารอัจฉริยะเติบโตสูงขึ้นในอัตราร้อยละ 22.6% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคคาดว่าจะเป็นผู้นำในเรื่องนี้ ตามมาด้วยอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก
    ผู้เข้าเยี่ยมชมงาน BEX Asia และ MCE Asia จะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับบริษัทนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากมายอาทิ RECและ RubinetterieBresciane
    “นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มจัดงาน MCE ในปี 1960 ที่เราจะได้ออกมาจัดแสดงนอกประเทศอิตาลี เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน BEX Asia ในครั้งนี้” กล่าวโดย มร.เปียรินี มาสสิมิเลียโน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ MCE อิตาลี “การผนึกรวมของทั้งสองงานช่วยให้เกิดเวทีที่เปิดโอกาสให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน เราจะเปลี่ยนผ่านงานนิทรรศการนี้ไปสู่เวที่ที่เปรียบเสมือนแกนกลางในการสร้างเครือข่ายและการแบ่งปันความรู้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
    ความต้องการการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนทั่วโลกคาดว่าจะสูงขึ้นถึง 37% ภายในปี 2035 ดังนั้นสิงคโปร์ในฐานะที่เป็นประเทศที่สามารถเข้าถึงบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะสูงระดับอินเตอร์ทางด้านอิเล็กทรอนิคส์ วิศวกรรมงานกลึงและเคมี รวมทั้งการเชื่อมโยงถึงตลาดในระดับภูมิภาค และเป็นฐานที่ตั้งของซัพพลายเออร์ประเภทต่างๆ จำนวนมาก ทำให้งานนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัททางด้านพลังงานสะอาดระดับภูมิภาคและระดับโลก
    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานสัปดาห์อาคารเขียวสิงคโปร์ งานประชุมวิชาการนานาชาติอาคารเขียวและงานแสดงนิทรรศการBEXAsiaและ MCE Asia 2015 สามารถดูได้ที่ http://www.sgbw.com.sg/,http://www.sgbw.com.sg/about-igbcและhttp://www.bex-asia.com/
    [1]Thailand Is Ambitious about Top 10 Countries in Green Building
    [2]The reality of Thailand's green building sector
    [3]Thailand ignites solar power investment in region
     

  • สิงคโปร์
  • 30 กรกฎาคม 2558 13:24
  • 2,423

  • RELATED   NEWS
    LASTEST   NEWS
    COMMENTS

    โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

    1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
    2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
    3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
    4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกา ที่วางไว้ กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง