Newsplus Sport

10 อันดับดีลโยกย้ายนักเตะที่น่าจับตามอง ประจำไทยลีก 2020 เลกสอง

1 Mins read

S 9961511

แม้ว่าจะไม่ได้มีการโยกย้ายมากมายด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจ และโควิด-19 แต่ก็มีการย้ายตัวผู้เล่นหลายคนที่น่าสนใจ ทั้งการเปลี่ยนต่างชาติยกแผงของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือการเสริมทัพแบบน่าตื่นตาตื่นใจของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 10 อันดับ ดีลที่เกิดขึ้นในไทยลีก 2020 เลกสองจะมีใครบ้าง ลองติดตามดู

  1. ธีรศิลป์ แดงดา (ชิมิสุ เอส-พัลส์ > บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
    ศูนย์หน้าวัย 32 ปี ย้ายจากสโมสรชิมิสุ เอส-พัลส์ ทีมในเจลีก ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทัพ “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ไทยลีก “มุ้ย” ถูกยกย่องให้เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ทั้งเคยออกไปทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแอตเลติโก มาดริด ร่วมถึงได้รับโอกาสลงเล่นใน ลาลีก้า ลีกสูงสุดของประเทศสเปนกับ อัลเมเรีย ส่วนประสบการณ์ในไทยลีกเคยพา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกได้ 4 สมัย และโชว์ฟอร์มยิงระเบิดคว้าดาวซัลโวไทยลีกมาแล้ว ก่อนจะมีโอกาสไปพิสูจน์ฝีเท้าในเจลีก 2 หนกับ ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า และกับ ชิมิสุ เอส-พัลส์ โดยลงสนามรวมกับ 62 นัด ซัดไป 10 ประตู
    การย้ายซบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของทั้ง “กระต่ายแก้ว” และของ ธีรศิลป์ เพราะบีจี ถือว่าเป็นสโมสรที่สองในไทยเท่านั้นที่เจ้าตัวเคยค้าแข้ง และการย้ายกลับมาครั้งนี้เป้าหมายที่กองหน้าเบอร์ 1 ของทีมชาติไทยถูกคาดหวังคือการเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมออกไปโลดแล่นในเวทีระดับเอเชีย
  2. ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต (ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม > บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
    ดาวยิงฝีเท้าดีจากแดนแซมบ้าวัย 33 ปี ที่หมดสัญญากับทีมยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม แชมป์ลีกจากมาเลเซีย โดย “ดิโอโก้” จะเข้ามาแทนที่โควตาต่างชาติของ ดาเนียล โตติ แนวรุกชาวสแปนิช ที่ถูกยืมตัวไปที่สมุทรปราการ ซิตี้ สำหรับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต เคยผ่านการค้าแข้งมากับหลายสโมสรทั้งทีมยักษ์ใหญ่ในบราซิลกับ ฟลาเมงโก้, ซานโต๊ส และพัลไมรัส ร่วมถึงเคยเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ โอลิมเปียกอส มาแล้ว ก่อนจะย้ายมาแจ้งเกิดในเมืองไทยกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตลอดเวลาที่ ดิโอโก้ เล่นให้ “ปราสาทสายฟ้า” เขาพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัยและลีก คัพ 2 สมัย พร้อมคว้าดาวซัลโวไทยลีก 2 ครั้ง ก่อนจะย้ายไป ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม สโมสรชั้นนำของประเทศมาเลเซีย 101 ประตู จาก 106 นัดในไทยลีก คงบ่งบอกถึงความยอดเยี่ยมของ กองหน้ารายนี้ แม้อายุที่มากขึ้น แต่รับรอว่าแฟนบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จะได้เห็นความตื่นตาตื่นใจจากกองหน้ารายนี้อย่างแน่นอน
  3. เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดส (การท่าเรือ เอฟซี > ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
    แบงค็อก ยูไนเต็ด จัดการเสริมความคมแนวรุกด้วยการคว้าตัว เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดส ศูนย์หน้าชาวบราซิลเข้ามาร่วมทีมลุยศึกไทยลีก 2020 หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งการมาร่วมทีมกับ “แข้งเทพ” ในครั้งนี้ ทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานกับ “โค้ชแบน” ธชตะวัน ศรีปาน อีกครั้ง หลังจากที่เคยช่วยกันพาทีมกิเลนผยอง คว้าแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ เมื่อฤดูกาล 2017 ซึ่งเฮเบอร์ตี้ ถือเป็นนักเตะต่างชาติที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทยลีก เขาทำไปแล้วทั้งสิ้น 124 ประตู รั้งรองดาวยิงสูงสุดตลอดกาล ขณะที่ในเลกแรกของฤดูกาลนี้เขายิงให้การท่าเรือ เอฟซี ไปแล้ว 7 ประตู ซึ่งดาวยิงชาวบราซิเลี่ยน ได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะทำประตูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อพาทีมแบงค็อก ยูไนเต็ด กลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์อีกครั้ง
  4. ดาเนียล โตติ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด > สมุทรปราการ ซิตี้)
    กองกลางชาวสเปนที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพราะอยู่รับใช้สโมสรมาตั้งแต่ปี 2015 ลงเล่นมากกว่า 100 นัด ตลอดเวลา 5 ปีในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม “โตติ” เป็นนักเตะตัวหลักของทีมเสมอ แต่การเข้ามาของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ทำให้เขากลายเป็นส่วนเกินของทีม และต้องเลือกที่จะย้ายออกจากทีมทั้งน้ำตา ด้วยผลงานตลอดการลงเล่นในไทยลีกของ ดาเนียล โตติเขาจะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่จะเข้าไปยกระดับการเล่นของ สมุทรปราการ ซิตี้ และเป็นหนึ่งในดีลสุดคุ้มดีลหนึ่งในตลาดการซื้อขายนักเตะรอบนี้ได้อย่างแน่นอน
  5. ดิเกา (ฟลูมิเนนเซ่ > บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
    บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนต่างชาติใหม่ยกแผง แต่หนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดคือ ดิเกา กองหลังชาวบราซิล วัย 32 ปี ดิเกา เป็นถึงกัปตันทีมฟลูมิเนนเซ่ ยอดทีมจาก ซีรีย์ เอ บราซิล มีประสบการณ์การค้าแข้งในลีกสูงสุดของบราซิล เกิน 100 นัด และเคยโยกมาค้าแข้งในเอเชียกับอย่าง อัล ฮิลาล และอัล ชาร์จาห์ ด้วยดีกรีระดับนี้ของ ดิเกา ทำให้เขาถูกแฟนบอลจับตามองว่าจะก้าวเข้ามาเป็นกองหลังกำลังสำคัญของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เฉกเช่นกับ ออสมาร์ อิบันเญซ หรืออันเดรส ตูเญซ สองกองหลังระดับตำนานของทีม
  6. จักรกฤษ ลาภตระกูล (สมุทรปราการ ซิตี้ > บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
    ปีก วัย 26 ปี ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส จาก สมุทรปราการ ซิตี้ เล่นได้ทั้งกองกลางฝั่งซ้าย และปีกซ้าย เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลกับ เอฟซี ฟลัวรี 91 ทีมในลีกท้องถิ่นของดินแดนน้ำหอม ก่อนจะย้ายมาหาโอกาสในประเทศกับ อ่างทอง เอฟซี และถูกบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ดึงตัวมาร่วมทัพ และมีโอกาสออกไปเล่นในเจ 2 ลีกรองของประเทศญี่ปุ่นกับ โตกุชิมา วอร์ทิส มาแล้ว
    ดาวเตะเจ้าของความสูง 181 เซนติเมตร ได้ย้ายไปร่วมทัพ สมุทรปราการ ซิตี้ ในช่วงเลกแรกของปี 2020 ลงสนามให้ เขี้ยวสมุทร ไป 11 เกม ยิงไป 3 ประตู ก่อนจะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการซบยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่หนทางข้างหน้าของ “เจ้าแจ็ค” ไม่ใช่งานง่ายเพราะมีทั้ง ศศลักษณ์ ไหประโคน และกรกช วิริยอุดมศิริ ขวางทางอยู่
  7. อนาวิน จูจีน (เปตาลิง จายา ซิตี้ > พีที ประจวบ เอฟซี)
    นักเตะดีกรีทีมชาติไทย และผ่านการค้าแข้งสโมสรใหญ่ในไทยลีกมาแล้วทั้ง บางกอกกล๊าส (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี และพีทีที ระยอง ก่อนจะได้โอกาสออกไปหาประสบการณ์กับ เปตาลิง จายา ซิตี้ ทีมในมาเลเซีย ด้วยประสบการณ์การเล่นในไทยลีกเกิน 150 นัด และออกไปลุยระดับเอเชีย ในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาแล้ว การย้ายกลับมาเล่นในไทยลีกอีกครั้ง กับ พีที ประจวบ ในเวลาที่ทีมกำลังหนีตาย เป็นความท้าทายครั้งใหม่ และครั้งสำคัญของ “เจ้าเอ็ม” อนาวิน จูจีน
  8. เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี > สุพรรณบุรี เอฟซี)
    ตัวรุกจอมพเนจรตัดสินใจย้ายอีกครั้งหลังเล่นให้กับ “สวาทแคท” มาตั้งแต่ช่วงเลก 2 ในฤดูกาล 2018 การย้ายทีมครั้งนี้ของ อัสซัมเซา ทำให้สุพรรณบุรี กลายเป็นสโมสรที่ 7 ในประเทศไทยที่เจ้าตัวเล่นให้ ด้วยประสบการณ์กว่า 200 นัดในประเทศไทย กับจำนวนประตูที่ซัดเกินร้อยไปแล้ว เลอันโดร อัสซัมเซา จะกลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญในเกมรุกของ สุพรรณบุรี ในช่วงเวลาต่อจากนี้อย่างแน่นอน
  9. ธีรเทพ วิโนทัย (ชลบุรี เอฟซี > โปลิศ เทโร เอฟซี)
    ดาวยิงจอมเก๋า จากชลบุรี เอฟซี ซึ่งก่อนหน้านี้ ชลบุรีฯ ได้ประกาศปล่อย “ลีซอ” ย้ายไป อยุธยา ยูไนเต็ด ในไทยลีก 2 ด้วยสัญญายืมตัว แต่ดีลดังกล่าวกลับไม่เกิดขึ้น เนื่องจากมีข่าวลือว่า ทางฟัง อยุธยาฯ ติดปัญหาที่ยังสรุปงบประมาณการทำทีมในเลกสองไม่ได้ ทำให้ทาง ชลบุรี ตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงไป ก่อนที่จะกลายเป็น โปลิศ เทโร ดึงตัวเขาไปร่วมทีมในที่สุด ทั้งนี้ถือเป็นการคัมแบ็กถิ่นเก่าอีกครั้งของ “ลีซอ” หลังเคยสร้างชื่อสมัยก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงตอนที่ทีมยังใช้ชื่อ บีอีซี เทโรศาสน การกลับมารอบนี้ ธีรเทพ วิโนทัย เต็มไปด้วยความกระหายในการลงสนาม หลังไม่ได้รับโอกาสมากนักกับ ชลบุรี ต้องมารอดูกันว่า กองหน้าวัย 35 ปี โชว์ความยอดเยี่ยมได้เหมือนสมัยวัยละอ่อนหรือไม่
  10. เรนาโต้ เคลิช (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด > ชลบุรี เอฟซี)
    กองหลังชาวโครเอเชีย ที่เพิ่งย้ายซบบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบหลังหยุดพักเบรกโควิด-19 แม้ว่าจะไม่ได้ไปต่อกับ “ปราสาทสายฟ้า” แต่ผลงานการคุมแนวรับของ เคลิช ถือว่ายอดเยี่ยม แถมยังขึ้นไปทำประตูได้ถึง 3 ประตู การย้ายข้ามฟากมาเล่นให้กับชลบุรี คือว่าเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของ เคลิช เพราะ “ฉลามชล” เป็นทีมที่เสียประตูมากที่สุดอันดับ 4 นอกจากนี้เขายังถูกรายรอบไปด้วยบรรดาดาวรุ่งของชลบุรี ต้องมาดูว่าฝีเท้าของ เรนาโต้ เคลิช จะช่วยแนวรับของชลบุรีได้มากน้อยเพียงใด

เปิดมิติใหม่ ของวงการลูกหนังบอลไทย รู้ก่อนใคร ! อัปเดตทุกเรื่องราว ! ที่คอบอลไม่ควรพลาดที่ Facbook : ZENSE FOOTBALL